หน้าแรก Glossary กำไรสุทธิ คืออะไร

กำไรสุทธิ คืออะไร

อ่าน 9 นาที อัปเดต: เมษายน 2569

กำไรสุทธิ (Net Profit) คือจำนวนเงินที่เหลือหลังจากนำรายได้ทั้งหมดของกิจการมาหักค่าใช้จ่ายทุกประเภท รวมถึงต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ดอกเบี้ย และภาษีเงินได้ กำไรสุทธิเป็นตัวเลขบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน และเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดว่ากิจการทำเงินได้จริงหรือไม่

กำไรสุทธิ (Net Profit) คือตัวเลขที่บอกว่าธุรกิจของคุณเหลือเงินจริงๆ เท่าไรหลังจากหักทุกอย่างออก ทั้งต้นทุนขาย ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ดอกเบี้ยเงินกู้ และภาษี ตัวเลขนี้ปรากฏเป็นบรรทัดสุดท้ายในงบกำไรขาดทุน ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Bottom Line

สำหรับเจ้าของกิจการ กำไรสุทธิคือตัวเลขที่สำคัญที่สุดในงบการเงิน เพราะเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล และเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้เท่าไร หรือจะนำกำไรสะสมไปลงทุนขยายกิจการต่อ

  • กำไรสุทธิ = รายได้ − ต้นทุนขาย − ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน − ดอกเบี้ย − ภาษี
  • เป็นตัวเลขบรรทัดสุดท้ายในงบกำไรขาดทุน (Bottom Line)
  • ใช้เป็นฐานคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล กำไร ≤ 300,000 บาทยกเว้นภาษี
  • ต่างจากกำไรขั้นต้นที่หักแค่ต้นทุนขาย กำไรสุทธิหักทุกอย่างแล้ว
  • ติดตามกำไรสุทธิเป็นรายเดือนช่วยให้เห็นปัญหาก่อนที่จะสายเกินแก้

สูตรคำนวณกำไรสุทธิ

กำไรสุทธิคำนวณจากการหักค่าใช้จ่ายทุกประเภทออกจากรายได้ทั้งหมดของกิจการ (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs หมวด 3 รายได้และค่าใช้จ่าย)

สูตร:

กำไรสุทธิ = รายได้รวม − ต้นทุนขาย − ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร − ดอกเบี้ยจ่าย − ภาษีเงินได้

แต่ละส่วนประกอบมีความหมายดังนี้:

  • รายได้รวม — เงินที่ธุรกิจได้รับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ รวมรายได้อื่น เช่น ดอกเบี้ยรับ กำไรจากการขายสินทรัพย์
  • ต้นทุนขาย — ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงานในการผลิต ค่าขนส่งสินค้าเข้า
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร — ค่าเช่าสำนักงาน เงินเดือนพนักงาน ค่าโฆษณา ค่าเสื่อมราคา ค่าสาธารณูปโภค
  • ดอกเบี้ยจ่าย — ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท
  • ภาษีเงินได้ — ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษี (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65)

เมื่อหักลบทุกอย่างแล้วผลลัพธ์เป็นบวก แสดงว่าธุรกิจมีกำไร ถ้าเป็นลบ แสดงว่าขาดทุนสุทธิ

ตัวอย่างการคำนวณกำไรสุทธิ

สมมติร้านขายเสื้อผ้าใน Facebook มีตัวเลขทั้งปี 2568 ดังนี้:

รายการจำนวน (บาท)
รายได้จากการขาย5,000,000
ต้นทุนขาย (ค่าสินค้า + ค่าขนส่ง)2,500,000
กำไรขั้นต้น2,500,000
ค่าใช้จ่ายในการขาย (ค่าโฆษณา, ค่าแพ็คของ)600,000
ค่าใช้จ่ายบริหาร (เงินเดือน, ค่าเช่า, ค่าซอฟต์แวร์)900,000
ดอกเบี้ยเงินกู้100,000
กำไรก่อนภาษี900,000
ภาษีเงินได้นิติบุคคล90,000
กำไรสุทธิ810,000

ภาษีคำนวณตามอัตราขั้นบันได SME: กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้น + กำไร 300,001–900,000 บาท เสียภาษี 15% = 90,000 บาท (ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 530 ออกตามความในประมวลรัษฎากร)

จากตัวอย่างนี้ ร้านมียอดขาย 5 ล้านบาท แต่เงินที่เหลือจริงหลังหักทุกอย่างคือ 810,000 บาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 16.2% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับธุรกิจค้าปลีกออนไลน์

กำไรสุทธิกับกำไรขั้นต้นต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างกำไรขั้นต้น (Gross Profit) กับกำไรสุทธิ ทั้งสองตัวเลขอยู่ในงบกำไรขาดทุนเหมือนกัน แต่หักค่าใช้จ่ายต่างกัน

หัวข้อกำไรขั้นต้นกำไรสุทธิ
สูตรรายได้ − ต้นทุนขายรายได้ − ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
หักอะไรบ้างแค่ต้นทุนสินค้า/บริการต้นทุนขาย + ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน + ดอกเบี้ย + ภาษี
บอกอะไรสินค้า/บริการมีกำไรเท่าไรธุรกิจทั้งหมดเหลือเงินเท่าไร
ตำแหน่งในงบกลางงบบรรทัดสุดท้าย (Bottom Line)
ใช้คำนวณภาษีไม่ได้ใช้เป็นฐานคำนวณ ภ.ง.ด.50

จากตัวอย่างร้านเสื้อผ้าข้างต้น กำไรขั้นต้นคือ 2,500,000 บาท แต่กำไรสุทธิเหลือแค่ 810,000 บาท ส่วนต่าง 1,690,000 บาทคือค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ดอกเบี้ย และภาษีที่ถูกหักออก

ถ้าธุรกิจมีกำไรขั้นต้นสูงแต่กำไรสุทธิต่ำ แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ไม่ใช่ราคาสินค้า

กำไรสุทธิทางบัญชีกับกำไรสุทธิทางภาษี

ตัวเลขกำไรสุทธิมี 2 แบบที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้:

  • กำไรสุทธิทางบัญชี — คำนวณตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs (สำหรับ SME ที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน) หรือ TFRS (สำหรับบริษัทมหาชน) เป็นตัวเลขที่แสดงในงบกำไรขาดทุนที่ยื่นต่อ DBD (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — หน่วยงานที่ดูแลเรื่องจดทะเบียนบริษัทและรับงบการเงิน)
  • กำไรสุทธิทางภาษี — คำนวณตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี โดยนำกำไรทางบัญชีมาบวกกลับรายจ่ายต้องห้าม เช่น ค่าปรับ ค่ารับรองเกินลิมิต เงินบริจาคเกินเกณฑ์ ตัวเลขนี้ใช้ยื่น ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร

ในทางปฏิบัติ กำไรสุทธิทางภาษีมักสูงกว่ากำไรทางบัญชี เพราะมีรายจ่ายหลายรายการที่ทางบัญชียอมรับแต่ทางภาษีไม่ยอมให้หักและต้องบวกกลับ (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี)

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ

บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จัดเป็น SME ที่ได้สิทธิ์อัตราภาษีขั้นบันได (ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 530):

กำไรสุทธิทางภาษีอัตราภาษี
ไม่เกิน 300,000 บาทยกเว้น (0%)
300,001 − 3,000,000 บาท15%
เกิน 3,000,000 บาท20%

ธุรกิจที่ไม่เข้าเกณฑ์ SME เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราคงที่ 20% ของกำไรสุทธิทางภาษี (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 67)

อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) — ตัวเลขที่ต้องดู

อัตรากำไรสุทธิคืออัตราส่วนที่บอกว่าจากยอดขายทุก 100 บาท ธุรกิจเหลือกำไรกี่บาท คำนวณโดย:

อัตรากำไรสุทธิ (%) = (กำไรสุทธิ ÷ รายได้รวม) × 100

อินโฟกราฟิกกำไรสุทธิ แสดงสูตรคำนวณจากรายได้หักต้นทุนขาย ค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ย ภาษี พร้อมตัวอย่างตัวเลข โดย Simple Balance

ตัวเลขนี้มีประโยชน์มากกว่าดูแค่จำนวนกำไร เพราะช่วยเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างปีกับปี หรือเปรียบเทียบกับธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน

อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยแยกตามประเภทธุรกิจในไทย:

ประเภทธุรกิจอัตรากำไรสุทธิโดยทั่วไป
ธุรกิจบริการ (สำนักงานบัญชี, ที่ปรึกษา)15–25%
ธุรกิจร้านอาหาร5–15%
ธุรกิจค้าปลีก / ค้าส่ง3–10%
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง5–12%
ธุรกิจผลิต / โรงงาน8–15%

ถ้าอัตรากำไรสุทธิของคุณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แสดงว่ามีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่สูงผิดปกติ ต้องกลับไปดูรายละเอียดในงบกำไรขาดทุนว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนมีมากเกินไป

วิธีเพิ่มกำไรสุทธิสำหรับ SME

กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นได้ 2 ทาง คือ เพิ่มรายได้ หรือลดค่าใช้จ่าย แต่ในทางปฏิบัติสำหรับ SME ไทย การลดค่าใช้จ่ายมักทำได้เร็วกว่าและเห็นผลทันที

ฝั่งรายได้:

  • ปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น — หลายธุรกิจกลัวเสียลูกค้าจึงไม่กล้าขึ้นราคา แต่ต้นทุนเพิ่มทุกปี ถ้าไม่ปรับราคา กำไรสุทธิจะลดลงเรื่อย ๆ
  • เพิ่มยอดขายต่อลูกค้า (upselling) แทนการหาลูกค้าใหม่ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า

ฝั่งค่าใช้จ่าย:

  • ตรวจสอบค่าใช้จ่ายคงที่ทุกไตรมาส — ค่าเช่า ค่าสมัครสมาชิกซอฟต์แวร์ ค่าบริการรายเดือนที่ไม่ได้ใช้แล้ว
  • ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้ครบ — รายจ่ายที่หักภาษีได้ เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าลงทุนในระบบอัตโนมัติ หักได้สูงสุดตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด (ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145)
  • จัดทำบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่ม — ธุรกิจที่บัญชีไม่เป็นระเบียบมักจ่ายภาษีเกินจริง เพราะไม่มีหลักฐานค่าใช้จ่ายมายืนยัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับกำไรสุทธิ

1. สับสนกำไรสุทธิกับเงินสดในมือ

กำไรสุทธิเป็นตัวเลขทางบัญชี ไม่ใช่เงินสดที่อยู่ในบัญชีธนาคาร ธุรกิจอาจมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท แต่เงินสดเหลือแค่ 200,000 บาท เพราะเงินไปจมอยู่ในลูกหนี้การค้าหรือสินค้าคงเหลือ ถ้าอยากรู้ว่าเงินสดอยู่ที่ไหน ต้องดูงบกระแสเงินสด

2. ไม่แยกเงินส่วนตัวออกจากธุรกิจ

เจ้าของ SME หลายรายเบิกเงินจากบริษัทไปใช้ส่วนตัวแล้วไม่บันทึกบัญชี ทำให้กำไรสุทธิในงบสูงกว่าความเป็นจริง พอถึงเวลาจ่ายภาษีก็ต้องจ่ายจากกำไรที่ไม่มีอยู่จริง

3. ลืมคำนวณรายจ่ายที่ถูกบวกกลับทางภาษี

ค่าใช้จ่ายบางรายการที่หักในงบกำไรขาดทุนได้ แต่ทางภาษีไม่ยอมให้หัก เช่น ค่ารับรองเกิน 0.3% ของรายได้ ค่าปรับจราจร ค่าเลี้ยงรับรองที่ไม่มีหลักฐาน (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี) ทำให้กำไรสุทธิทางภาษีสูงกว่าที่คาด

4. ดูกำไรสุทธิแค่ปีละครั้ง

การดูกำไรสุทธิตอนปิดงบสิ้นปีทำให้เห็นปัญหาช้าเกินไป ธุรกิจที่มีระบบบัญชีรายเดือนจะเห็นแนวโน้มกำไรสุทธิทุกเดือน ทำให้แก้ไขได้ทันท่วงที

กำไรสุทธิสำคัญต่อการปิดงบการเงินยังไง

กำไรสุทธิเป็นตัวเลขที่เชื่อมโยงกับการปิดงบการเงินโดยตรง เพราะ:

  • กำไรสุทธิจากงบกำไรขาดทุนจะถูกโอนไปเป็นกำไรสะสมในงบดุล (ตามมาตรฐาน NPAEs — มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ)
  • ใช้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 68)
  • ใช้ยื่นงบการเงินต่อ DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11)
  • ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของกำไรสุทธิก่อนยื่น

ถ้างบการเงินแสดงกำไรสุทธิผิดพลาด อาจนำไปสู่การยื่นภาษีผิด ถูกเรียกตรวจสอบ และเสียค่าปรับเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 27)

กำไรสุทธิยุ่งยาก ให้ ซิมเปิล บาลานซ์ ช่วยจัดการให้ → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page

แหล่งอ้างอิง

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65–76 (หมวดภาษีเงินได้นิติบุคคล) — กรมสรรพากร
  2. เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ มาตรา 65 ทวิ — กรมสรรพากร
  3. รายจ่ายต้องห้าม มาตรา 65 ตรี — กรมสรรพากร
  4. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและการคำนวณภาษี — กรมสรรพากร
  5. พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 530 (ลดอัตราภาษี SME) — กรมสรรพากร
  6. มาตรา 27 เงินเพิ่มและค่าปรับภาษี — กรมสรรพากร
  7. พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 (ค่าเสื่อมราคา) — กรมสรรพากร
  8. มาตรา 67 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี — กรมสรรพากร
  9. พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  10. มาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs — สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)
  11. Accounting 101 บทที่ 5 — สำนักพิมพ์ธรรมนิติ

สรุปประเด็นสำคัญ

หัวข้อรายละเอียด
ชื่อภาษาอังกฤษNet Profit / Net Income / Bottom Line
สูตรรายได้ - ต้นทุนขาย - ค่าใช้จ่าย - ดอกเบี้ย - ภาษี
อยู่ในงบใดงบกำไรขาดทุน (บรรทัดสุดท้าย)
ใช้ทำอะไรคำนวณภาษีนิติบุคคล, พิจารณาเงินปันผล, วัดผลกิจการ
อัตราภาษีนิติบุคคลกำไร ≤ 300,000 บาท ยกเว้น, 300,001-3 ล้าน = 15%, เกิน 3 ล้าน = 20%

คำถามที่พบบ่อย

กำไรสุทธิต่างจากกำไรขั้นต้นอย่างไร

กำไรขั้นต้นคือรายได้หักเฉพาะต้นทุนขาย ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ส่วนกำไรสุทธิหักทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ดอกเบี้ย และภาษีเงินได้ จึงเป็นตัวเลขที่แสดงผลกำไรที่แท้จริงของธุรกิจ

กำไรสุทธิทางบัญชีกับกำไรสุทธิทางภาษีต่างกันไหม

ต่างกัน กำไรสุทธิทางบัญชีคำนวณตามมาตรฐานการบัญชี NPAEs หรือ TFRS ส่วนกำไรสุทธิทางภาษีคำนวณตามประมวลรัษฎากร โดยนำกำไรทางบัญชีมาบวกกลับรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ทำให้กำไรทางภาษีมักสูงกว่ากำไรทางบัญชี

SME ควรมีอัตรากำไรสุทธิเท่าไรถึงจะดี

ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ธุรกิจบริการมักมีอัตรากำไรสุทธิ 15–25% ธุรกิจค้าปลีกอยู่ที่ 3–10% ธุรกิจร้านอาหาร 5–15% สิ่งสำคัญคือต้องเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกัน และดูแนวโน้มว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละปี

กำไรสุทธิกับเงินสดในมือเป็นตัวเลขเดียวกันหรือเปล่า

ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน กำไรสุทธิเป็นตัวเลขทางบัญชี ส่วนเงินสดคือเงินที่อยู่ในมือจริง ธุรกิจอาจมีกำไรสุทธิสูงแต่เงินสดน้อย เพราะเงินไปจมอยู่ในลูกหนี้การค้าหรือสินค้าคงเหลือ ถ้าอยากรู้สถานะเงินสดจริง ต้องดูงบกระแสเงินสด

ทำไมต้องรู้กำไรสุทธิก่อนปิดงบการเงิน

เพราะกำไรสุทธิเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) และต้องโอนไปเป็นกำไรสะสมในงบดุล ถ้าตัวเลขกำไรสุทธิผิด จะส่งผลให้ยื่นภาษีผิดและอาจถูกเรียกตรวจสอบจากกรมสรรพากร

Simple Balance
ทีม Simple Balance
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ให้บริการปิดงบ จดทะเบียนบริษัท และวางระบบบัญชีในเชียงใหม่ มากกว่า 100 บริษัทไว้วางใจ
100+ ลูกค้า
5.0 Google Rating
15+ ปีประสบการณ์

แหล่งอ้างอิง

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 65–76 (หมวดภาษีเงินได้นิติบุคคล) — กรมสรรพากร
  2. เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ มาตรา 65 ทวิ — กรมสรรพากร
  3. รายจ่ายต้องห้าม มาตรา 65 ตรี — กรมสรรพากร
  4. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและการคำนวณภาษี — กรมสรรพากร
  5. พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 530 (ลดอัตราภาษี SME) — กรมสรรพากร
  6. มาตรา 27 เงินเพิ่มและค่าปรับภาษี — กรมสรรพากร
  7. พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 (ค่าเสื่อมราคา) — กรมสรรพากร
  8. มาตรา 67 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี — กรมสรรพากร
  9. พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  10. มาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs — สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)
  11. Accounting 101 บทที่ 5 — สำนักพิมพ์ธรรมนิติ

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องกำไรสุทธิ

ทีม Simple Balance พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาฟรี